มติคณะรัฐมนตรีด้านพลังงาน >  ผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย – เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 และผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย – เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการ
    ผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย – เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 และผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย – เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการ


คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ   ดังนี้

  1. รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 และผลการประชุมของคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555

2. เห็นชอบโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนจำนวน 8 โครงการ ประกอบด้วย
(1) ถนน  (2) ท่าเรือน้ำลึก  (3) นิคมอุตสาหกรรม  (4
) โรงไฟฟ้าระยะเริ่มแรก  (5) น้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย  (6) โทรคมนาคม  (7) การพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน และ (8) รถไฟความเร็วสูง

3. เห็นชอบการมอบหมายหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 และผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555

4. เห็นชอบองค์ประกอบและแนวทางการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ทั้ง 6 สาขา

    สาระสำคัญของการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 มีดังนี้

1. กลไกการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม

เห็นชอบร่วมกันในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทั้ง 3 ระดับคือ  (1) คณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ  ซึ่งเป็นกลไกระดับนโยบาย มีรองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) และรองประธานาธิบดีเมียนมาร์เป็นประธานร่วม  (2) คณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเมียนมาร์เป็นประธานร่วม และ (3) คณะอนุกรรมการร่วม ใน 6 สาขา  ได้แก่ 1) โครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้าง 2) อุตสาหกรรมเฉพาะด้านและการพัฒนาธุรกิจ  3) พลังงาน  4) การพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน  5) กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และ 6) การเงิน

   2. โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วน

2.1 เห็นชอบโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนรวม 8 โครงการ คือ (1) ถนน  (2) ท่าเรือน้ำลึก  (3) นิคมอุตสาหกรรม  (4) โรงไฟฟ้าระยะเริ่มแรก  (5) น้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย  (6) โทรคมนาคม  (7) การพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน และ (8) รถไฟความเร็วสูง

2.2 มอบหมายให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ รับผิดชอบ 8 โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนดังต่อไปนี้ (1)คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างรับผิดชอบโครงการถนน ท่าเรือน้ำลึก น้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย โทรคมนาคม และรถไฟความเร็วสูง  (2) คณะอนุกรรมการด้านพลังงาน รับผิดชอบโครงการโรงไฟฟ้าระยะเริ่มแรก   (3) คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน รับผิดชอบโครงการพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน  และ (4) คณะอนุกรรมการด้านอุตสาหกรรมเฉพาะด้านและการพัฒนาธุรกิจ รับผิดชอบโครงการนิคมอุตสาหกรรม

2.3 ให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ทั้ง 6 สาขา เร่งพิจารณาเงื่อนไขและแผนธุรกิจของแต่ละสาขา และนำเสนอต่อคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ และคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ พิจารณาต่อไป โดยข้อมูลเหล่านี้จะต้องพิจารณาร่วมกับการจัดทำแผนการเงินและแผนการลงทุนของโครงการทวาย และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบการปรับปรุง Framework Agreement ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมการพัฒนาโครงการทวายในทุกภาคส่วน

สำหรับการจัดประชุมครั้งถัดไปทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ ครั้งที่ 2 ณ เมืองเนปิดอว์และเมืองทวาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในวันจันทร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม 2556

สาระสำคัญของการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์
เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2555 มีดังนี้

1. ให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ ทบทวนเงื่อนไขและแผนธุรกิจของโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วน ประกอบด้วย (1) ถนน (2) ท่าเรือน้ำลึก (3) นิคมอุตสาหกรรม (4) โรงไฟฟ้าระยะเริ่มแรก (5) น้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย (6) โทรคมนาคม (7) การพัฒนาชุมชนและการย้ายถิ่นฐาน และ (8) รถไฟความเร็วสูง และรายงานผลต่อคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ

2. ให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ จัดประชุมตามที่ประธานร่วมกำหนด และให้มีการประสานงานระหว่างอนุกรรมการของแต่ละสาขา ตามที่ประธานร่วมเห็นสมควร

3. ให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ ดำเนินการเพื่อให้ทุกโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนมีการประสานงานซึ่งกันและกัน และให้เริ่มดำเนินโครงการโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการถนน ควรจะต้องเริ่มดำเนินการภายในเดือนเมษายน 2556 โดยมีเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2558

4. ให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ จัดทำแผนธุรกิจสำหรับโครงการ
ที่มีความสำคัญเร่งด่วน โดยเน้นประเด็นที่สำคัญของแต่ละโครงการ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการร่วมไทย-
เมียนมาร์ด้านการเงิน ได้รับมอบหมายให้เสนอแนะโครงสร้างทางการเงินและรูปแบบการลงทุน
ที่เหมาะสมสำหรับโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วน โดยคณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมาร์ ทุกคณะ จะต้องนำเสนอผลการทำงานต่อคณะกรรมการประสานงานร่วมไทย-เมียนมาร์ฯ ในการประชุมครั้งต่อไป

สำหรับกำหนดการจัดประชุมครั้งถัดไปที่ประชุมเห็นชอบให้จัดประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ฯ ครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม 2555 โดยประธานร่วมจะกำหนดวันที่ชัดเจนในภายหลัง



วันที่มีมติ  12 พฤศจิกายน 2555
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง  อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี




    ค้นหากฎหมาย Find
 
ค้นหาขั้นสูง

ท่านสามารถกรอกข้อมูลที่ต้องการค้นหาเพียงบางส่วนของคำเท่านั้น ระบบจะทำการค้นหาข้อมูลกฎหมายจากภายในเว็ปไซต์ให้ทั้งหมด

เข้าสู่ระบบ

    กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อความสะดวกในการใช้งานของท่าน
รหัสผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน


หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้จาก ที่นี่




 Copyright © 2009 Petroleum Institute of Thailand